ข่าว‎ > ‎

• สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ร่วมกับ สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดสัมมนาวิชาการ "การปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อม"

posted Nov 9, 2016, 3:01 AM by Saunrabot Chuyotthiwong ‎[TBT/TWN/GTG]‎   [ updated Nov 9, 2016, 10:48 AM ]

วันนี้ (9 พฤศจิกายน 2559) เวลา 09.00 น. ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสุโกศล ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ร่วมกับ สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดสัมมนาวิชาการ "การปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อม" โดยมีวัตถุประสงค์ ประการแรกเพื่อพัฒนาปรับปรุงร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.....ฉบับผ่านประชามติ ประการที่สองเพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐ ในการปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และประการที่สาม เพื่อเป็นความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อม

โดย นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวเปิดงานและปาฐกถา เรื่อง การปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อม จากนั้น ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตน์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. .....

จากนั้นเป็นการสัมมนาวิชาการ เรื่อง กฎหมายสิ่งแวดล้อม : การปฏิรูปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดย จงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายไพโรจน์ พลเพชร กรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดที่ 1 รศ.ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นักวิชาการ และนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ดำเนินรายการ นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

สำหรับภาคบ่าย เป็นการสัมมนาวิชาการ เรื่อง กฎหมายสิ่งแวดล้อม : มุมมองและข้อเสนอจากภาคประชาสังคม โดย น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง มูลนิธิบูรณนิเวศ นายศุภกิจ นันทวรการ มูลนิธินโยบายสุขภาวะ นายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินรายการโดย นายศศิน เฉลิมลาภ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ทั้งนี้ การจัดสัมมนาวิชาการ "การปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อม" ดังกล่าวมีหลักการและเหตุผล สืบเนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.... ฉบับผ่านประชามติ ( 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559) มาตรา 58 ได้บัญญัติว่า
"การดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้ส่วนเสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชนและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อนเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ

บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ์ได้รับข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐ ก่อนการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง

ในการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐต้องระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และ ความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด และต้องดำเนินการให้มีการเยียวยาความดับร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า"

รวมถึง ในบทเฉพาะกาลมาตรา 278 วรรคแรก ได้บัญญัติว่า “ให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการให้หน่วยงานของรัฐที่คณะรัฐมนตรีกำหนดดำเนินการให้จัดทำร่างกฎหมายที่จำเป็นตามมาตรา 58 มาตรา 62 และมาตรา 63 ให้แล้วเสร็จและเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายใน 240 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้น"

ในขณะที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายสำคัญของประเทศ โดยมีสาระสำคัญครอบคลุมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในหลายด้าน ได้แก่ การกำหนดให้มีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กองทุนสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ มาตรการส่งเสริมความรับผิดชอบทางแพ่งและบทกำหนดโทษ อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 บังคับใช้มาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี อีกทั้งสถานการณ์สภาพปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมีความซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้บทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดแรก ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการร่างกฎหมายของประชาชนตามอำนาจหน้าที่ มาตรา 19 (6) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. 2553 จึงจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง แผนการให้มีกฎเกณฑ์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กม.คปก (ก) ที่ 26/2558) ขึ้น และเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558

สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ในฐานะองค์กรปฏิรูปกฎหมายของประเทศ และมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 23 (6) พระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. 2553 ให้ดำเนินการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในด้านการปฏิรูปกฎหมายแก่บุคคลทั่วไป จึงร่วมกับสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมโครงการสัมมนาวิชาการ "การปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อม" ขึ้น ดังกล่าว
Comments