ข่าว‎ > ‎

• เอ็กโก กรุ๊ป ผนึกกำลัง สนพ. และ สพฐ. สร้างเครือข่ายต้นแบบ "โรงเรียนและครู" ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน

posted May 8, 2016, 8:11 AM by Ga Kab Prig   [ updated Oct 31, 2016, 8:33 AM by Saunrabot Chuyotthiwong ‎[TBT/TWN/GTG]‎ ]

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ผนึกกำลังสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ สร้างเครือข่ายต้นแบบ "โรงเรียนและครู" มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านและยั่งยืน โดยจัดพิธีมอบรางวัลโครงการ "พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง" เชิดชูและยกย่อง 5 โรงเรียนต้นแบบพลังงานเพื่อชีวิต และ 18 ครูต้นแบบ ต้นทางความรู้ ซึ่งคัดเลือกจาก 60 โรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่มีผลงานเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องตลอด 3 ปีของการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งสามารถบูรณาการการเรียนการสอนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ มีการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงานด้านวิชาการได้อย่างกลมกลืน จนนำไปสู่การปฏิบัติเป็นวิถีชีวิตของโรงเรียน เพื่อปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวแสดงความยินดีในฐานะประธานในพิธี มอบรางวัลฯ ว่า "ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการดำเนินโครงการ พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง สอดคล้องกับสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันและแนวทางการทำงานแบบประชารัฐ ที่บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ ด้วยการร่วมกันเสริมศักยภาพและเชิดชู "โรงเรียน" และ "ครู" ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญด้านการศึกษา ตลอดจนน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน "เยาวชน" ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญของประเทศต่อไปในอนาคต ผลงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรมของโรงเรียนและครูในวันนี้ นอกจากจะเป็น "แบบอย่าง" ที่ดีแล้ว ยังสามารถเป็น "แรงบันดาลใจ" ให้ผู้อื่นเชื่อมั่น ศรัทธา และดำเนินงานตาม ตลอดจนเป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ความรู้สู่ "ชุมชนในพื้นที่" เพื่อนำไปสู่การร่วมคิด ร่วมสร้างสรรค์ เพื่อความยั่งยืนของสังคมโดยรวม"

นายชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ แห่งแรกของไทย เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ ควบคู่ไปกับการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมให้อุดมสมบูรณ์ และการร่วมสร้างชุมชนและสังคมให้เข้มแข็ง


การดำเนินงานโครงการนี้ มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ของแต่ละหน่วยงานไปสู่ "โรงเรียน" และ "ครู" ซึ่งเป็นต้นทางการเรียนรู้ของสังคมไทย เพื่อ บ่มเพาะจิตสำนึกที่ดีให้กับ "เยาวชน" และขยายผลไปสู่ "ชุมชนในแต่ละพื้นที่" โดยมุ่งหวังให้โรงเรียน ครู เยาวชน และชุมชน เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายในระดับท้องถิ่น เพื่อเป็นรากฐานของสังคมที่เข้มแข็งต่อไป

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา "โรงเรียน" และ "ครู" ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยใช้ 3 เครื่องมือสำคัญของโครงการฯ ช่วยขับเคลื่อนแนวคิดไปสู่ผลงานการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ หลักการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (Whole School Approach – WSA) แผนที่วิถีพอเพียง (Sufficiency Map – S-Map) และการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า จิตสำนึกอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นได้จากการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในโรงเรียน นำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้พอเพียงและสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณภาพและยั่งยืน

"สำหรับแนวทางการต่อยอดความสำเร็จของโครงการพลังงานเพื่อชีวิตฯ ในอนาคต บริษัทฯ จะขยายผลไปยังโรงเรียนที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก โดยใช้รูปแบบกระบวนการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่สรุปได้จากการดำเนินงานโครงการนี้ เริ่มจากการสร้างความตระหนักในปัญหา การส่งเสริมให้เรียนรู้จากชีวิตจริงตามบริบทท้องถิ่น และ สนับสนุนให้เยาวชนคิดวิเคราะห์และได้ลงมือปฎิบัติ ตลอดจนให้โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโกเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า ที่เยาวชนในชุมชนสามารถมาเรียนรู้และสัมผัสได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ จะเผยแพร่เครื่องมือการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในโครงการพลังงานเพื่อชีวิตฯ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครู โรงเรียน และผู้สนใจต่อไป" นายชนินทร์กล่าวสรุป

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ในฐานะองค์กรร่วมจัดกล่าวว่า "ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ทั้ง 3 หน่วยงานได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนงานส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยมี "โรงเรียน" และ "ครู" ที่เข้าร่วมโครงการฯ ช่วยกันสร้างสรรค์การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย ทำให้เยาวชนเกิดความเข้าใจในเรื่องพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถขยายผลต่อไปในวงกว้าง ผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสื่อสารด้านพลังงานของประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานต่อไป"
ในขณะที่ นายสนิท แย้มเกสร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า "กระบวนการดำเนินงานของโครงการฯ สามารถเชื่อมโยงโรงเรียน ครู ครอบครัว และชุมชน ให้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดยส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้จากสถานการณ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เพื่อให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รู้จักคิด วิเคราะห์ และสืบค้นข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆ สนับสนุนให้ทำความรู้จักและเข้าใจท้องถิ่นของตนเองอย่างลึกซึ้ง ตลอดจนเปิดโอกาสให้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์ตรง สอดคล้องแนวทางการจัดการศึกษาในขณะนี้"

สำหรับโครงการ "พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง" ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 จนถึงเดือนธันวาคม 2558 รวมระยะเวลา 3 ปี โดยมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในเชิงปริมาณ ดังนี้


1) มีโรงเรียนต้นทางจากทั่วประเทศ 60 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ และให้ความสำคัญในการนำเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมมาบูรณาการให้เข้ากับกระบวนการเรียนการสอนของโรงเรียนทั้งระบบ

2) เกิดเครือข่ายครู 806 คน ที่มีการจัดการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดยมีโรงไฟฟ้ำในกลุ่มเอ็กโกเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้

3) มีการสร้างสรรค์ 243 แผนการเรียนการสอนที่บูรณาการแนวคิด "พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วย วิถีพอเพียง" ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การงานอาชีพและเทคโนโลยี สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาษาไทยไทย ภาษาต่างประเทศ ศิลปะ รวมทั้งสุขศึกษาและพลศึกษา

4) เปิดวงจรความคิดด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านให้แก่เยาวชน 50,580 คน ให้มีความเข้าใจ รู้จักคิดวิเคราะห์ เกิดความตระหนัก รู้คุณค่าและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ตลอดจน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นของตนเอง

นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้พิจารณามอบรางวัลโรงเรียนต้นแบบพลังงานเพื่อชีวิตฯ ให้แก่โรงเรียนที่มุ่งมั่นสนับสนุนให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินงานทั้งระบบโรงเรียน ตลอด 3 ปีของการเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 5 โรงเรียน ดังนี้

ประเภทประถมศึกษา

• ระดับดีเยี่ยม ได้แก่ โรงเรียนบ้านหว้า จ.ขอนแก่น 
• ระดับดีเด่น ได้แก่ โรงเรียนบ้านสันป่าสัก จ.เชียงใหม่

ประเภทมัธยมศึกษา

• ระดับดีเยี่ยม ได้แก่ โรงเรียนแม่สะเรียง "บริพัตรศึกษา" จ.แม่ฮ่องสอน
 ระดับดีเด่น ได้แก่ โรงเรียนเทพสถิตวิทยา จ.ชัยภูมิ และโรงเรียนบุญเรืองวิทยาคม จ.เชียงราย


พร้อมกันนี้ ยังได้มอบรางวัลครูต้นแบบ ต้นทางความรู้ ให้แก่ครูจำนวน 18 คน ซึ่งพิจารณาสรรหาครูดีเด่นจาก 
60 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่มีผลงานการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด "พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง" อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของโครงการไม่น้อยกว่า 2 ปีด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ "พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง" สามารถดูได้ที่ www.s-school.egco.com