ข่าว‎ > ‎

● กพร. จับมือภาคเอกชนไทย และกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก อัด 1,200 ลบ. พัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรมหลอมโลหะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

posted Feb 13, 2018, 12:39 AM by อํานวย เรืองธุระกิจ   [ updated Feb 13, 2018, 1:13 AM ]
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมื องแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแ ห่งสหประชาชาติ และภาคเอกชนไทย พัฒนาอุตสาหกรรมหลอมโลหะที่มีปร ะสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวด ล้อม ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก กว่า 1,200 ล้านบาท ตั้งเป้าลดการปลดปล่อยมลพิษทางอ ากาศ ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ต่อปี


นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและก ารเหมืองแร่ เปิดเผยว่า การพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานใ ห้เข้าสู่ยุค 4.0 โดยเน้นการประยุกต์ใช้นวัตกรรมแ ละเทคโนโลยีที่สมัยใหม่เพื่อสร้ างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและ ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิ ตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นยุทธศาสตร์สำคัญประการหนึ่ง ของ กพร. โดยในปี 2561 กพร. จะดำเนินโครงการลดมลภาวะทางอากา ศจากโรงงานหลอมเศษโลหะ โดยเฉพาะมลพิษที่ตกค้างยาวนานซึ่ งอาจเกิดขึ้นโดยไม่จงใจ (U-POPs) อาทิ ไดออกซินและฟิวแรน ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาที่ผ่านมา พบการปลดปล่อยสารไดออกซินหรือฟิ วแรนจากอุตสาหกรรมหลอมโลหะของไท ยแต่ละปีมี
ปริมาณมากกว่า 119 กรัม TEQ (Toxic Equivalent) หรือคิดเป็น ร้อยละ 11 ของการปลดปล่อย U-POPs จากภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด การดำเนินโครงการจึงตั้งเป้าลดป ริมาณการปลดปล่อยมลพิษดังกล่าวใ ห้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 โดยใช้เทคนิคที่ดีที่สุด (Best Available Technique: BAT) และแนวทางปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อ มที่ดีที่สุด (Best Environmental Practice: BEP) ในการพัฒนาอุ ตสาหกรรมหลอมโลหะเพื่อปรับปรุ งเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิ ภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กพร. จะดำเนินงานร่วมกับองค์การพัฒนา อุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development Organization: UNIDO) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจา กกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนข องไทย ภายใต้วงเงินกว่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,200 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี


นายวิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานโครงการดังกล่าว จะมีการกำหนดแนวทางการพัฒนากลุ่ มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหลอมโ ลหะอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่ "พัฒนาคน" จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเพื่อล ดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประ สิทธิภาพการผลิตสำหรับกระบวนการ หลอมโลหะ พร้อมถ่ายทอดความรู้และฝึกอบรมใ ห้แก่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม "พัฒนาโรงงาน" จัดตั้งโรงงานหลอมโลหะต้นแบบที่ มีการใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดใน การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเพิ่ มประสิทธิภาพการผลิต จำนวน 4 โรงงาน เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ประก อบการได้เข้ามาศึกษา พร้อมบริการให้คำปรึกษาจากผู้ เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ ประกอบการสามารถนำนวั ตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยไปป รับใช้ในโรงงานได้จริง และ "พัฒนาคลัสเตอร์"ปรับปรุงกฎ ระเบียบ และมาตรฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งกำหนดนโยบายเพื่อผลั กดันให้ภาคอุตสาหกรรม มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาของอุตส าหกรรมหลอมโลหะตลอดทั้งห่วงโซ่อุ ปทาน และสร้างความเชื่อมโยงที่เข้ มแข็งของกลุ่มอุ ตสาหกรรมโลหการตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ

ทั้งนี้ นอกจากเป้าหมายที่จะพัฒนานวัตกร รมและเทคโนโลยีให้แก่ภาคอุตสาหก รรมแล้ว โครงการนี้ ยังมุ่งเน้นในด้านส่งเสริ มการให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ ประกอบการรับซื้อเศษโลหะรายย่ อยในเรื่องการคัดแยกขยะหรื อของเสีย รวมทั้งการจัดเก็บที่ถูกวิธี ซึ่งจะช่วยลดการปนเปื้อนของวั ตถุดิบที่จะนำกลับไปรีไซเคิลและ เป็นการลดมลพิษที่จะเกิดขึ้นได้ อย่างตรงจุดมากที่สุด โดยจะมีการประชาสัมพันธ์และถ่าย ทอดความรู้ให้แก่ภาคเอกชนและประ ชาชนผู้สนใจอย่างต่อเนื่องเป็นร ะยะ

"กพร. มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่ อนอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุ ตสาหกรรมพื้นฐานโดยยึดแนวทาง การสานพลังประชารัฐ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือร่วม กันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้สามารถก้าวสู่อุตสาหกรร ม 4.0 ควบคู่ไปกับการประกอบการที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างประโ ยชน์ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน" นายวิษณุ กล่าวทิ้งท้าย

อุตสาหกรรมหลอมโลหะ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานที่ มีความสำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุ ดิบหลักให้แก่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์และอากาศยาน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิก ส์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการผลิตมักจะเกิดผลกระท บสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาด้านม ลภาวะทางอากาศ ทั้งฝุ่น ควัน เนื่องจากเศษโลหะต่าง ๆ ที่ใช้ในการหลอมโลหะ มักมีการปนเปื้อนของสารมลทินเป็ นจำนวนมาก เมื่อนำไปหลอมในเตาจึงอาจทำให้เ กิดก๊าซเสียและสารมลพิษต่าง ๆ
Comments