ข่าว‎ > ‎

• ทส. แจง ยึดคืนผืนป่า 4 แสนกว่าไร่ทั่วประเทศ

posted Feb 16, 2017, 11:20 PM by Saunrabot Chuyotthiwong ‎[TBT/TWN/GTG]‎   [ updated Feb 17, 2017, 1:29 AM by อํานวย เรืองธุระกิจ ]

กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมแถลงผลการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในการทวงคืนผืนป่าของ 3 หน่วยงานหลัก สามารถยึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกทั้งในส่วนที่ดำเนินคดีและการเจรจาขอคืนพื้นที่รวมทั้งสิ้นจำนวน 435,731 ไร่ ด้วยการใช้มาตรการในการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มข้นจริงจัง พร้อมนำเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน

ในอดีตที่ผ่านมา การบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้มีความรุนแรงและนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น แต่การดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกพื้นที่ป่าโดยเฉพาะในกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล ทำให้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่พบกับอุปสรรคจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ ส่งผลให้การยึดคืนพื้นที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยแต่ละปีสามารถดำเนินการยึดคืนพื้นที่ได้เพียง 60,000 ไร่ ต่อมาในปีพ.ศ. 2557 รัฐบาลภายใต้การดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงได้มีคำสั่งฉบับที่ 64 และ 66/2557 ให้ดำเนินการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ส่งผลให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้าไปดำเนินการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นเพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายที่วางไว้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การนำของพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ได้มอบนโยบายในการดำเนินงานการบริหารจัดการพยากรณ์ป่าไม้ 7 ข้อ ประกอบด้วย 1. ดูแลรักษาพื้นที่ป่าที่คงเหลือ 102.4 ล้านไร่ ไม่ให้มีการบุกรุกอย่างเด็ดขาด และดำเนินคดียึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกจากนายทุน ผู้มีอิทธิพล 2. ฟื้นฟูป่าเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำ ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ สร้างฐานปฏิบัติการดูแลพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเขียวขจีอีกครั้ง 3. ส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ เน้นการปลูกไม้มีค่าเชิงอุตสาหกรรม 4. แก้ปัญหาชุมชนในพื้นที่ป่า โดยการจัดที่ดินและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของราษฎรผู้ยากไร้ 5. ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในชุมชนเมือง ชุมชนชนบท เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว 6. สร้างเครือข่ายพิทักษ์ป่าภาคประชาชน และ 7. การแก้ไขปัญหาการครอบครองเอกสารสิทธิที่อาจออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ 3 หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องทรัพยากรป่าไม้จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษเกิดขึ้น ได้แก่ "ทีมพยัคฑ์ไพร" ของกรมป่าไม้ "ทีมพญาเสือ" ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ "ทีมฉลามขาว" ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าที่เกิดขึ้น

ผลจากการดำเนินงานของชุดปฏิบัติการพิเศษ ทั้ง 3 หน่วยงาน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มข้นจริงจัง โดยใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ มาประยุกต์สนับสนุนการปฏิบัติงาน ด้านการป้องกันและปราบปราม เช่น การใช้อากาศยานไร้คนขับ และการติดตามการบุกรุกพื้นที่ป่าด้วยดาวเทียม ตลอดจนการสร้างความเข้าใจในเรื่องข้อกฎหมายให้กับประชาชน กรมป่าไม้สามารถดำเนินคดียึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ จำนวน 322,891 ไร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สามารถดำเนินคดียึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ จำนวน 85.288 ไร่ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สามารถดำเนินคดียึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ จำนวน 27,5 52 ไร่ รวม กรม สามารถยึดคืนดำเนินคดีได้ 435,731 ไร่ แบ่งเป็นคดีบุกรุกเก่า (ก่อนปี 2557) จำนวน 342,105 ไร่ และคดีบุกรุกใหม่ (หลังปี 2557) จำนวน 88,000 ไร่ จากการแปลภาพถ่ายดาวเทียมในอดีตที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปี 2557 เราสูญเสียป่าเฉลี่ยปีละ 600,000 ไร่ แต่หลังจากปี 2557 จนถึงปัจจุบันเราสูญเสียพื้นที่ป่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอดีต โดยเฉพาะการดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2557 ทั้ง 3 กรม และหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ ได้ร่วมกันดำเนินคดีการบุกรุกป่ารายที่เป็นนายทุนและผู้มีอิทธิพลได้เป็นจำนวนมากถึง 435,731 ไร่ ซึ่งอดีตที่ผ่านมามักจะไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่เป็นนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลได้ แสดงให้เห็นว่าในยุคนี้ หน่วยงานของรัฐไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า
นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ กล่าวว่า ในส่วนของกรมป่าไม้ได้วางแผนงานในการดำเนินการฟื้นฟูป่าที่ยึดมาได้ โดยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 34-40 ของ พื้นที่ประเทศ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ใรูปแบบวนประชารัฐ ด้วยการนำศาสตร์พระราชาไปพัฒนาให้คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน สำหรับการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ที่ยึดคืนในส่วนที่เป็นสวนยางพารา กรมป่าไม้จะดำเนินการปลูกไม้มีค่าประจำถิ่นแทรกระหว่างแถวต้นยางพารา สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนเขาสูงชัน กรมป่าไม้ได้จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำในพื้นที่ 13 จังหวัด จำนวน 88 ศูนย์ จัดชุดเจ้าหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ป่าประจำฐานปฏิบัติการโดยรอบศูนย์ฟื้นฟูฯ เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ซ้ำ และทำการฟื้นฟูป่าในรูปแบบต่าง ๆ พร้อมกับการจัดระเบียบการใช้พื้นที่ป่าในกลุ่มราษฎรผู้ยากไร้ โดยให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการไม่บุกรุกเพิ่ม ลดการปลูกพืชเกษตรเชิงเดี่ยว มีการปลูกไม้ยืนต้นผสมผสาน และการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยดูแลพื้นที่ป่าอีกทางหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายทส. "รัฐได้ป่า ประชาได้ที่ทำกิน"

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับผลการดำเนินการตรวจสอบรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศ เมื่อปีพ.ศ. 2559 ตรวจสอบพบรีสอร์ทบุกรุก จำนวน 1,939 แห่ง ปัจจุบันมีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบมีการบุกรุกเพิ่มขึ้น จำนวน 2,212 แห่ง ได้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จแล้ว 761 แห่ง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 1,266 แห่ง รอการตรวจสอบจำนวน 185 แห่ง ซึ่งกรมป่าไม้กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนของพื้นที่ป่าที่อยู่บนเกาะต่าง ๆ จำนวน 936 เกาะ ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ 1.6 ล้านไร่ มีพื้นที่ป่าไม่น้อยกว่า 800,000 ไร่ พบการบุกรุกพื้นที่ป่าใหม่เพื่อนำไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยวที่พบตามพื้นที่เกาะขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ส่งผลให้ต้องมีการทำงานบูรณาการรวมกันของ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าตามเกาะต่าง ๆ โดยตั้งเป้าหมายในการเข้าไปดำเนินการในกลุ่มเกาะภูเก็ตและเกาะบริวาร กลุ่มเกาะพังงาและกระบี่ กลุ่มเกาะจังหวัดระนอง กลุ่มเกาะจังหวัดสุราษฎร์-นครศรีธรรมราช กลุ่มเกาะอ่าวไทยตะวันตก และกลุ่มเกาะอ่าวไทยตะวันออก


สิ่งที่สำคัญที่สุด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญกับภารกิจด้านการมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่ายพิทักษ์ป่าภาคประชาชน เช่น ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) และกลุ่มเครือข่ายประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ให้มาเป็นผู้ช่วยสนับสนุนและรักษาป่าดูแลรักษาพื้นที่ป่าและเป็นสายข่าวให้กับหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Comments