ข่าว‎ > ‎

● “ สมาคมเพื่อนชุมชน ” ก้าวสู่ปีที่ 8 ปี 62 พร้อมเป็นเมืองอุตฯ เชิงนิเวศ

posted Dec 9, 2017, 12:41 AM by อํานวย เรืองธุระกิจ   [ updated Dec 9, 2017, 1:00 AM ]

"สมาคมเพื่อนชุมชน" ก้าวสู่ปี 8 มั่นใจเดินหน้าสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในปี 2562 เผยผลการดำเนินทุกโครงการพร้อมนำมาเป็นต้นแบบ ขยายภาคีเครือข่าย หนุนจังหวัดระยองเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 1 ใน 15 จังหวัดนำร่องของประเทศ ตามนโยบายรัฐบาล ชูแผนปี 2561 ยกระดับ สมาคมฯเป็นศูนย์การเรียนรู้ มุ่งสู่การถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในทุกด้าน

นายสมชาย หวังวัฒนาพาณิช นายกสมาคมเพื่อนชุมชน เปิดเผยในงานแถลงข่าว "สมาคมเพื่อนชุมชนก้าวสู่ปีที่ 8" ว่า ผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา สมาคมเพื่อนชุมชนได้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ เข้าสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ในปี 2562 ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินงานผ่านโครงการต่างๆมากมาย โดยเฉพาะการดำเนินงานให้โรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นสมาชิกต้องปฏิบัติตามเกณฑ์โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ(Eco Factory) ซึ่งขณะนี้ผ่านการรับรองแล้วเกือบ 100% และคาดว่าในปี 2561 จะผ่านการรับรองได้ทั้งหมดจำนวน 76 โรงงาน(ตามเลขทะเบียนโรงงาน) ถือเป็นแนวทางที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนไปสู่การสร้างภาคีเครือข่าย ในทุกมิติ ทั้งส่วนของเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน(Green City) ชุมชนเชิงนิเวศ(EcoCommunity) โรงเรียนเชิงนิเวศ (Eco School) และวัดเชิงนิเวศ(Eco Temple)


"การผลักดันให้เกิดโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ หรือ Eco Factory นับเป็นโครงการที่สมาคมฯมองว่าสามารถตอบโจทย์ในหลายมิติของเศรษฐกิจ ทั้งมิติพลังงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย รวมไปถึงการยกระดับคุณชีวิตทางสังคมให้กับประชาชน โดยนำโครงการ "เพื่อนช่วยเพื่อน" เข้าไปถ่ายทอดและเกิดการพัฒนาไปพร้อมกัน ระหว่างชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ตามแนวทางของรัฐบาลที่มีเป้าหมายในขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในระยะ 20 ปีข้างหน้า ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0″ นายสมชายกล่าว

เป้าหมายของแผนการดำเนินงาน ในปี 2561 ในส่วนของการเชื่อมโยง ที่จะมุ่งสู่การเป็น เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ สมบรูณ์แบบได้นั้น สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการวิจัยการประเมินผลตอบแทนทางสังคมแบบชุมชนมีส่วนร่วม(SROI : Social Return on Investment) ของการพัฒนาชุมชนเชิงนิเวศต้นแบบ กรณีศึกษาชุมชนเกาะกก โดยร่วมมือกับคณะบัญชี มหาวิทยาลัยรังสิต ลงพื้นที่เพื่อทำการศึกษาและวิจัยการประเมินผลและแนวทางการพิจารณาโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องของชุมชนอย่างแท้จริง ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างรูปแบบและแนวทาง เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม และการนำความคิดเห็นของชุมชน มาสู่แนวทางการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน


การดำเนินในระยะต่อไป จะยกระดับสมาคมฯให้เป็น ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อการขยายเครือข่าย ไปยังชุมชนอื่นๆในจังหวัดระยองและพื้นที่อื่นๆ ที่จะพร้อมพัฒนาไปสู่การเป็น การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ(Eco Industrial Town) และสมาคมฯจะเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าไปเชื่อมโยงการดำเนินงานผลักดันให้ระยองเป็น 1 ในจังหวัดที่จะขับเคลื่อนเป็นเมืองสีเขียวตามนโยบายของรัฐบาล
สำหรับแผนการดำเนินงานในด้านการสนับสนุนโครงการทางด้านสิ่งแวดล้อมความปลอดภัย สาธารณสุข การศึกษา การยกระดับคุณภาพชีวิต ในปี 2561 สมาคมฯได้เตรียมที่จะดำเนินโครงการต่อเนื่อง ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อสอดรับกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยแบ่งเป็นโครงการด้านการศึกษา โครงการด้านสาธารณสุข และโครงการด้านสังคม

ทั้งนี้โครงการด้านการศึกษา สมาคมฯมีนโยบายที่ต้องการส่งเสริมการเพิ่มทักษะให้กับเยาวชนในท้องถิ่น การเรียนรู้ที่เทียบเท่ากับ สถาบันการศึกษาในส่วนกลาง โดยมีโครงการเพื่อนชุมชนติวเตอร์ (CPA Tutor) การมอบทุนปริญญาต่อเนื่องให้กับนักศึกษาที่ไม่มีทุนการศึกษา โดยทั้ง 2 โครงการยังคงดำเนินการต่อเนื่องในปี 2561 ขณะเดียวกันสมาคมฯ ได้เห็นความสำคัญ ในด้านการเพิ่มจำนวนบุคลากรสายอาชีพ ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ได้ดำเนิน โครงการ ส่งเสริมเยาวชนในการศึกษาต่อสายอาชีพ พร้อมกับการเพิ่มประสิทธิภาพให้ข้อมูลแนะแนวทางการศึกษาแก่เยาวชนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพครูแนะแนว ซึ่งได้เริ่มต้นในปี 2560 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และเตรียมพร้อมขยายดำเนินต่อเนื่องในปี 2561


โครงการด้านการดูแลสุขอนามัยของชุมชนรอบพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โครงการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ โครงการการมอบทุนพยาบาล 440 ทุนซึ่งจะส่งมอบพยาบาลเข้าประจำการในโรงพยาบาลต่างๆที่จะครบตามจำนวนทุน ในปี 2563

นอกจากนี้ยังมีโครงการต่อเนื่องในการสร้างเครือข่ายนักเรียนทุนพยาบาลโดยให้พยาบาล ที่ได้รับทุนของสมาคมฯ เข้ามาร่วมโครงการเป็นจิตอาสาเข้าไปดูด้านสุขอนามัยให้กับ ชุมชนรอบพื้นที่โรงพยาบาลที่น้องๆทุนพยาบาลเพื่อนชุมชนปฏิบัติงานอยู่ ขณะเดียวกันยังมีโครงการ ยกระดับศักยภาพบุคลากร อสม. ในเรื่องการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น และการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐาน ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอสม. เพื่อการเฝ้าระวังสุขอนามัยให้กับทุกชุมชน

โครงการยกระดับทางสังคม สมาคมฯได้เข้าไปมีส่วนสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทาง การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยในปี2561 จะดำเนินโครงการเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน(Green City) ในพื้นที่เทศบาลตำบลเนินพระ และการเข้าไปสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนในโครงการส่งเสริมและขยายผลการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ ตามหลัก ธรรมศาสตร์โมเดล รุ่นที่ 1-2 โดยขยายผลไปสู่รุ่นที่ 3 และสร้างเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการดำเนินโครงการวัดเชิงนิเวศ (Eco Temple )โดยทำเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลไปยังศาสนสถานอื่น ๆ ต่อไป


เกี่ยวกับสมาคมเพื่อนชุมชน

สมาคมเพื่อนชุมชน เกิดจากการก่อตั้งของ 5 ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด ซึ่งเป็นความร่วมมือของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีความตั้งใจและจริงใจในการดูแลพัฒนาอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นแก้ปัญหาร่วมกัน ด้วยการถ่ายทอดความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และตรวจสอบดูแลกันเองโดยมุ่งหวังให้อุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบัน มีสมาชิกสมทบ 13 บริษัท ส่งผลให้สมาคมฯ มีสมาชิกรวม 18 บริษัท

บริษัทสมาชิกผู้ก่อตั้ง 5 บริษัท ได้แก่ (1) กลุ่มปตท. (2) เอสซีจี (3) กลุ่มบริษัทดาวประเทศไทย (4) โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และ (5) กลุ่มบริษัทโกลว์ สมาชิกสมทบประกอบด้วย 13 บริษัท ได้แก่ (1) บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด (2) บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) (3) บริษัท เอบีบี จำกัด (4) บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (5) บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (6) บริษัท ผาแดง อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (7) บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (8) บริษัท แอร์ลิควิด (9) บริษัท ทีพีที ปิโตรเคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (10) บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคมี จำกัด และ (11) บริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) (12) บริษัท เจเอสอาร์ บีเอสที อีลาสโตเมอร์ จำกัด (13) บริษัท เซออน เคมิคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

Comments